บริจาคร่างกาย บริจาคอวัยวะ

บริจาคร่างกาย บริจาคอวัยวะ

บริจาคร่างกายและอวัยวะ

บริจาคร่างกาย และบริจาคอวัยวะเพื่อการศึกษา กับสถาบันการแพทย์ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยต่างๆ
และเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยต่างๆ ที่รอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะต่างๆ จากผู้บริจาคทั้งหลาย
 
บริจาคร่างกาย บริจาคอวัยวะ
 

บริจาคร่างกาย

ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นของการบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์ อาทิ

  • เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน
  • เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
  • เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
  • เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์
  • เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางฝึกผ่าตัด
  • เพื่อเก็บโครงกระดูกเพื่อการศึกษาตลอดไป

สถานที่รับบริจาคร่างกาย

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

 
ผู้มีความประสงค์จะอุทิศร่างกายฯ เมื่อถึงแก่กรรมแล้ว ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่ http://www.redcross.or.th/content/page/51
 
แล้วกรอกข้อความ ส่งแบบฟอร์ม มาพร้อมกับซองที่จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ทางไปรษณีย์ มาที่
แผนกอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กทม. 10330
(โรงพยาบาลจะส่งบัตรประจำตัวไปให้ภายหลัง)
 
บริจาคร่างกาย   โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
 
หลักฐานที่ใช้ในการแสดงความจำนงอุทิศร่างกาย คือ สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ จำนวน 1 ฉบับ
 
โรงพยาบาลฯ จะจัดเจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกายฯ ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คือ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี
สมุทรสาคร และนครปฐม (บางอำเภอ) เท่านั้น
 
ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่อยู่ต่างจังหวัด โรงพยาบาลฯ ขอให้ญาติ บรรจุใส่หีบเย็น หรือใช้ถุงน้ำแข็งอย่างน้อย 2 ถุง วางบนหน้าท้องคลุมด้วยผ้าห่ม
แล้วจึงนำส่งที่ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจดู
*หากไม่สามารถนำมาศึกษาได้ โรงพยาบาลฯ ใคร่ขอความกรุณาให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
 
สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02-2564281 , 02-2564628 , 02-2564685 , 02-2527028 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
 


 

ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 
เอกสารที่ใช้

1. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ เขียนชื่อ-นามสกุลที่ด้านหลังรูปให้ชัดเจน

2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบ (รับรองสำเนาถูกต้อง)
 
ขั้นตอนการบริจาคร่างกาย
 
การทำพินัยกรรมมอบร่างกายให้ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ที่มีจิตศรัทธาตั้งใจจะมอบร่างกายหลังเสียชีวิตเป็นวิทยาทานโดยกรอกแบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกาย
เพื่อการศึกษา จำนวน 2 ชุด มีพยาน (ญาติ) เซนต์รับรอง และใช้รูปถ่าย (ขนาด 1 นิ้ว) จำนวน 2 ใบ หลังจากนั้นผู้บริจาคจะได้บัตรประจำตัว
และรับแบบฟอร์มคืน1 ชุด ส่วนแบบฟอร์มอีกชุดหนึ่งจะเก็บไว้ที่ภาควิชาฯ ผู้บริจาคฯ สามารถกรอกแบบฟอร์มที่บ้านแล้วส่งเอกสารทั้ง 2 ชุด
พร้อมรูปถ่ายมาที่ภาควิชากายวิภาคฯ ทางไปรษณีย์ก็ได้
 
* ถ้าผู้ตายไม่ได้เขียนพินัยกรรมไว้ แต่เมื่อเสียชีวิตแล้วญาติต้องการจะบริจาคร่างจะทำได้หรือไม่
สามารถทำได้โดยญาติเป็นผู้เขียนเอกสารบริจาคร่างกายแล้วส่งเอกสารให้ภาควิชาฯ เก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมมอบร่าง
 
เมื่อผู้บริจาคร่างกายถึงแก่กรรมจะทำอย่างไร
เมื่อผู้บริจาคร่างกายถึงแก่กรรมและศพอยู่ระยะทางไม่เกิน 100 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ให้ญาติแจ้งมาทางภาควิชาฯ ภายใน 24 ชั่วโมง
ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ด้านหลังบัตรประจำตัวผู้บริจาคฯ (02-201-5400, 02-201- 5402 และ 081-841-6830 หรือ 081-841-8632)
และต้องแจ้งกับทางห้องเก็บศพของทางโรงพยาบาล (ในกรณีเสียชีวิตในโรงพยาบาล) ว่าได้บริจาคร่างกายไว้ และไม่ต้องให้ทางโรงพยาบาลฉีดน้ำยารักษาศพ
เพียงแต่ให้เก็บศพไว้ในตู้เย็นของโรงพยาบาลเท่านั้น และควรเป็นตู้เย็นธรรมดา ไม่ใช่ตู้แช่แข็ง
 
บริจาคร่างกาย มหาวิทยาลัยมหิดล ศิริราช
 
ท่านที่สนใจจะบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาจะติดต่อขอบริจาคร่างกายได้ที่ไหน
 
1.ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (ตั้งอยู่ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับโรงพยาบาลรามาธิบดี)
“ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400”

2.เขียนจดหมายขอแบบฟอร์มการบริจาคร่างกายตามที่อยู่ข้างบน
3.โทรศัพท์แจ้งที่อยู่เพื่อการขอแบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
ที่หมายเลขโทรศัพท์ : 02-201 5400, 02-201 5402, 02-354 7346
4.ทางอินเตอร์เนต http://www.sc.mahidol.ac.th/scan/thai/ เข้าไปที่ Body Donation , บริจาคร่างกาย
สามารถ print แบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
 


 

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สถานที่ติดต่อขอรับบริจาคร่างกาย
1.ติดต่อโดยตรงที่ธุรการสถานวิทยาศาสตร์พรีคลินิก ชั้น 4 อาคารคุณากร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2.เขียนจดหมายติดต่อขอรับแบบฟอร์มที่ สาขากายวิภาคศาสตร์ สถานวิทยาศาสตร์พรีคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 หรือโทรศัพท์ 0 2926 9710-1, 0 2926 9714
 
สามารถดาวน์โหลดใบบริจาคร่างกาย โดยเข้าไปที่ http://www.med.tu.ac.th สถานวิทยาศาสตร์พรีคลินิก
 
บริจาคร่างกาย >คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อเมื่อผู้บริจาคร่างกายเสียชีวิต (กรุณาแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิต)
 
ในเวลาราชการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30- 16.30 น. โทรศัพท์ 0 2926 9714, 0 2926 9710-1
 
นอกเวลาราชการ: โทรศัพท์ 08 4534 8291, 0 2926 9999
 
ข้อจำกัดในการรับร่างผู้บริจาค
 
เนื่องจากการเตรียมศพเพื่อการศึกษาต้องผ่าน กระบวนการเตรียมอย่างเหมาะสมทางคณะแพทยศาสตร์จึงไม่สามารถรับร่างผู้บริจาคมาศึกษาได้ในกรณีต่างๆดังนี้
 
1.ผู้บริจาคเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับคดี เช่น อุบัติเหตุ ฆ่าตัวตาย หรือต้องเก็บร่างไว้เพื่อคดี หรือร่างผ่านการผ่าพิสูจน์มาแล้ว
2.ผู้บริจาคเสียชีวิตด้วยโรคร้ายแรงหรือโรคติดเชื้อ เช่นโรคเอดส์ วัณโรค โรคแอนแทรกซ์
3.การจัดการกับร่างผู้บริจาคผิดวิธีจนไม่สามารถนำร่างกลับมาใช้ในการศึกษาได้ เช่น การฉีดยารักษาศพซึ่งเป็นวิธีที่แตกต่างจากทางคณะแพทยศาสตร์
4.ผู้บริจาคเสียชีวิตในสถานที่ห่างจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มากกว่า 250 กิโลเมตร
(โดยยกเว้นพื้นที่ในเขต กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี นครปฐม สระบุรี นครนายก)
 
ดาวน์โหลดใบบริจาคร่างกาย: http://med.tu.ac.th/microsite/microsite_dynamic_inside.php?mcs_id=29&mnu_id=406&contentid=776
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
 


 
ผู้สนใจบริจาคร่างกายเพื่ออุทิศเป็นอาจารย์ใหญ่ สามารถติดต่อไปยังโรงเรียนแพทย์แต่ละแห่งได้ดังนี้

1.โรงพยาบาลศิริราช : ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ตึกกายวิภาคศาสตร์ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช
โทร.0-2419-7035 หรือ 0-2411-0241-9 ต่อ 7035

2.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ติดต่อที่แผนกอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ศาลาฑินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
โทร.0-2256-4628 และ 0-2256-4281

3.โรงพยาบาลรามาธิบดี ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โทร.0-2254-5198 หรือ 0-2246-1358-74 ต่อ 4101, 4102

4.คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
โทร.0-2260-1532, 0-2260-2234-5 ต่อ 4501

5.โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
โทร.0-2246-0066 ต่อ 93606
 
สำหรับต่างจังหวัดสามารถบริจาคได้ที่โรงเรียนแพทย์ในภูมิภาค
 


 
ภาคอีสาน
 

โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ภาควิชาฯ จะรับบริจาคร่างกาย เฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดภาคอิสานเท่านั้น คือ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี
หนองคาย กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ มหาสารคาม ชัยภูมิ เลย ยโสธร นครพนม สกลนคร มุกดาหาร
 
บริจาคร่างกาย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
โทรศัพท์ในเวลาราชการติดต่อ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ หมายเลข (043) 348381, (043) 363173,
(043) 363212, (043) 242342-6, (043) 348360-8, (043) 347518-26 ต่อ 3173 หรือ 3212
 
Website: http://202.28.95.5/11department/anatomy/donate-reg.html
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
 

มหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.นเรศวร เปิดรับบริจาคร่างกายเมื่อถึงแก่กรรม เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาของนิสิตในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
คำแนะนำเกี่ยวกับผู้บริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ ได้ที่ http://www.pr.nu.ac.th/pdf/คำแนะนำเกี่ยวกับผู้บริจาคร่างกาย.pdf
ดาวน์โหลดวัตถุประสงค์ในการนำร่างอาจารย์ใหญ่ไปใช้ ได้ที่ http://www.pr.nu.ac.th/pdf/วัตถุประสงค์ในการนำร่างอาจารย์ใหญ่ไปใช้.pdf
เพื่อเป็นการศึกษาและทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนการรับบริจาค
 
ทั้งนี้สามารถติดต่อขอรับการบริจาคร่างกายได้ที่ งานรับบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.นเรศวร หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือพินัยกรรมการบริจาคร่างกายเมื่อถึงแก่กรรมแล้ว
ได้ที่ http://www.pr.nu.ac.th/pdf/แบบฟอร์มหนังสือพินัยกรรมการบริจาคร่างกาย.pdf
สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่
งานรับบริจาคร่างกาย
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (ส่วนหนองอ้อ)
ตําบลท่าโพธิ์อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
หมายเลขโทรศัพท์ 0-5596-4705, 0-5596-4752, 0-5596-4792


 
ภาคเหนือ
 

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขั้นตอนในการรับบริจาคร่างกาย
1. ขอแบบฟอร์มหนังสืออุทิศร่างกายจากเจ้าหน้าที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (1 ชุด มีจำนวน 3 แผ่น)
เพื่อนำไปกรอกรายละเอียดและวัตถุประสงค์ของผู้อุทิศ ร่างกาย ทั้ง 3 แผ่น

2. แนบรูปถ่ายขนาด 1 x 1 นิ้ว หรือขนาดใกล้เคียง หน้าตรง ไม่สวมหมวก จำนวน 2 รูป (เขียนชื่อ – สกุล ไว้ด้านหลังทุกใบ)

3. แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านอย่างใดอย่างหนึ่ง ของผู้อุทิศร่างกาย

4. ยื่นแบบฟอร์มอุทิศร่างกาย พร้อมรูปถ่าย ตามข้อ 1 และข้อ 2 แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อออกบัตรประจำตัวให้

5. สำหรับท่านที่ต้องการจะติดต่ออุทิศร่างกายทางไปรษณีย์ กรุณาส่งหลักฐาน ดังกล่าวทางจดหมาย โดยจ่าหน้าซองพร้อมติดแสตมป์
ส่งแบบฟอร์มพร้อมรูปถ่าย ไปที่

เรียน

หัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

6. เมื่อภาควิชาฯได้รับหนังสืออุทิศร่างกายและรูปถ่ายของท่านแล้ว จะดำเนินการ ออกบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกาย
และส่งกลับไปตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในหนังสืออุทิศ ร่างกาย และขอให้ท่านพกบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายนั้นติดตัวไว้เสมอ

7. หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ขอความกรุณาแจ้งให้ทางภาควิชาฯทราบด้วย
 
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบพระคุณท่านที่อุทิศร่างเพื่อ การศึกษานี้เป็นอย่างสูง เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะให้นักศึกษา
ได้รู้ซึ้งถึงส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญ และเป็นแพทย์ที่ดีในการดูแล สุขทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ต่อไป
นับว่าเป็นการเสียสละเพื่อเป็นวิทยาทานอันสูงส่ง ขอกุศลในการตั้งใจอันดีนี้ จงดลบันดาลให้ท่านปราศจากโรคภัยตลอดอายุขัย
 
Website: http://www.med.cmu.ac.th/dept/anatomy/2011/
 
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
110 ถ.อินทวโรรส ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ (053)-945312 โทรสาร (053)-945304
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
 


 
 
ภาคใต้
 

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คําแนะนําการบริจาครางกาย
1. การบริจาครางกายตนเองเมื่อถึงแกกรรมเพื่อใชในการศึกษาไมมีผลใหไดรับสิทธิพิเศษจาก
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรหรือในการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลตางๆแตประการใด หากแตเปน
การใหและกระทําดวยจิตศรัทธาเทานั้น
2. ผูประสงคจะบริจาครางกายติดตอขอรับแบบพินัยกรรมบริจาครางกายไดที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร
คณะวิทยาศาสตรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทรวิทยาเขตหาดใหญอ.หาดใหญ จ.สงขลา 90110
โทร.074-288151,074-288131 หรือที่ www.sc.psu.ac.th/Department/Anatomy
 
บริจาคร่างกาย  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 
3. กรอกแบบฟอรมพินัยกรรมดังกลาวใหครบถวนสมบูรณแลวสงคืนภาควิชากายวิภาคศาสตรดวยตนเอง
หรือทางไปรษณียเพื่อดําเนินการตอไป อนึ่งในการบริจาครางกายนั้น ทานควรแจงและชี้แจงใหญาติ
ผูเกี่ยวของหรือผูที่ดําเนินการเมื่อทานเสียชีวิต ทราบรายละเอียดดวย
4. เมื่อผูบริจาครางกายเสียชีวิตญาติหรือผูที่ไดรับมอบหมายใหจัดการเรื่องศพของผูบริจาครางกาย ตองแจง
ใหภาควิชากายวิภาคศาสตรโดยครง ดวยตนเองหรือทางโทรศัพทภายใน 12 ชั่วโมง หากชากวานี้จะฉีดยา
และดองศพไดไมดีศพจะเสียและไมสามารถใชเรียนไดกรุณาอยาฉีดยาศพเปนอันขาด เพราะจะทําใหไม
สามารถนําศพไปใชในการศึกษาไดเจาหนาที่ของภาควิชากายวิภาคศาสตรเทานั้น ที่เปนผูฉีดยาศพ
5. เมื่อภาควิชาฯไดรับแจงจะสงเจาหนาที่มารับศพ หากญาติประสงคจะทําพิธีทางศาสนากอนใหใช โลงแอร์
ระหวางทําพิธี (หรือเจาหนาที่จะฉีดยารักษาศพไวชั่วคราว) เมื่อเสร็จพิธีจะมารับศพเพื่อดําเนินการตอไป
6. เมื่อศพไดใชในการศึกษาเรียบรอยแลว ทางภาควิชาฯรวมกับนักศึกษาที่ไดเรียนในปการศึกษานั้นๆ เปน
เจาภาพทําพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศสวนกุศลใหแกผูบริจาครางกายเปนประจําทุกปโดยจะมีหนังสือแจงให
ทางญาติทราบ ในกรณีที่ญาติตองการรับศพ (สวนที่เหลือจากการศึกษา) กลับไปทําพิธีทางศาสนาโปรด
แจงความประสงคในพินัยกรรมใหชัดเจน
7. ภาควิชาฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไมรับศพ กรณีดังตอไปนี้
– อยูไกล ระยะทางมากกวา 200 กิโลเมตรจากมหาวิทยาลัยฯ
– ศพเกี่ยวกับคดีหรืออุบัติเหตุที่ศพไมอยูในสภาพที่ใชเรียนได
– ศพที่มีสภาพไมเหมาะแกการนํามาศึกษาเชน ศพเนาเปอยอวัยวะขาดหาย
8. หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยูกรุณาแจงใหภาควิชาฯ ทราบดวยเพื่อความสะดวกในการติดตอกับทานใน
โอกาสตอไป
 
Website: http://www.sc.psu.ac.th/Department/Anatomy/Web_new/index.html
 
รายละเอียด: http://www.sc.psu.ac.th/Department/Anatomy/Web_new/File/body.pdf
 
หากประสงคจะอุทิศดวงตาหรือบริจาคอวัยวะ (ไต หัวใจ ตับ ปอด ฯลฯ) ติดตอไดที่ สภากาชาดไทย
1666 หรือ ที่ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลสงขลานครินทร อ.หาดใหญ จ.สงขลา
 
ภาควิชากายวิภาคศาสตร คณะวิทยาศาสตร
มหาวิทยาลยสงขลานครินทร

อ.หาดใหญ จ.สงขลา 90112
โทร. 074-288151,081-9902486
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
 
โรงพยาบาลหาดใหญ่
บริจาคอวัยวะได้ที่ งานผู้ป่วยหนักทั่วไป ชั้น 4 ตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โทรศัพท์ 0-7427-3142
 


 
 

บริจาคอวัยวะ

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย

อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0-2256-4045-6
โทรสาร 0-2255-7968
Website: http://www.organdonate.in.th/
 

 

ข้อกำหนด ในการบริจาคอวัยวะ
 
1.ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
2.เสียชีวิตจากภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่างๆ
3.ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
4.ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
5.อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี
6.ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
 
วิธีแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ
 
กรอกข้อมูลลงในใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ให้ครบถ้วน ชัดเจนแล้วส่งไปรษณีย์มาที่
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
ดาวน์โหลดใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ : http://www.organdonate.in.th/wp-content/uploads/2012/07/organ_donation_form.pdf
 
เมื่อศูนย์รับบริจาคอวัยะฯ ได้รับข้อความแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะของท่านแล้ว ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ
จะส่งบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะให้ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้
หลังจากที่ท่านได้รับบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ แล้ว อย่าลืมกรอกชื่อ และรายละเอียดการบริจาคลงในบัตร
กรุณาเก็บบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้กับตัวท่าน หากสูญหายกรุณาติดต่อกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
 
 

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

31 COMMENTS

  1. หนูมีอายุ15ปี แต่หนูเคยสั่งเสียพ่อแม่ไว้ว่า ถ้าวันใดหนูตายโดยปกติ มิใช่เพราะโรคร้าย หรืออุบัติเหตุ หนูอยาให้ท่าน แม่ พี่ชายช่วยบริจาคศพหนูให้นักศึกษาแพทย์ศิริราช หรือมหาลัยอื่นที่อยู่ใกล้เคียง ให้นักศึกษาแพทย์เรียนจากร่างหนู เขาจะได้มีความรู้ไปรักษาชีวิตมนุษย์หลายชีวิต อันเป็นการรักษากาย ถ้าเป็นมนุษย์ที่มีศีลธรรม เท่ากับต่อชีวิตให้เขาสร้างกรรมดีต่อได้ ถ้าไม่มีศีลธรรม เท่ากับให้โอกาสเขาเริ่มก่อกรรมดี และหลังจากนักศึกษาแพทย์เรียนสำเร็จ หนูต้องการให้พ่อแม่ พี่ชาย หรือทางโรงพยาบาลช่วยนำร่างหนูที่เหลืออยู่บริจาคให้วัดที่เน้นการปฏิบัติธรรมที่ต้องการศพไว้สอนคนให้ปลงปล่อยวาง ละความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเรา ของเรา อันเป็นการรักษาใจ หนูควรทำอย่างไร รบกวนท่านผู้รู้ช่วยตอบให้ในหน้านี้ด้วยนะคะ
    ขอโมทนากุศลของทุกท่าน

    • อนุโมทนา กับความคิดของน้องด้วยครับ

      1.หลังจากเมื่อนักศึกษาแพทย์ ได้ใช้ร่างกายของเราเพื่อศึกษาแล้ว อาจารย์ใหญ่(ร่างกายของเรา) จะได้รับพระราชทานเพลิงศพ เพื่อเป็นเกียรติกับผู้ตายและญาติๆ ครับ แต่ญาติสามารถนำศพของผู้บริจาคร่างกายที่ศึกษาเสร็จแล้วไปประกอบพิธีทางศาสนาเองได้

      2.วัดที่รับบริจาคศพ เพื่อฝึกการปลงอสุภะ ปลงสังขาร ดูร่างกาย ดูศพ พี่ยังไม่เคยเห็นครับ เพราะทุกวัดก็มีงานศพ ให้เห็นอยู่แล้ว(ใครที่ผ่านมารู้ว่ามีวัดไหนที่มีการรับบริจาคเอาศพมาฝึกการปลงอสุภะ ช่วยแนะนำน้องด้วยครับ)

      3.เข้าใจความคิดของน้องที่ ตั้งใจเสียสละเพื่อเป็น ธรรมทาน ตราบจนวาระสุดท้าย น้องอายุ 15 ปี มีความคิดที่เสียสละขนาดนี้ กว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต น้องยังมีเวลาอีกมาก ที่จะสร้างกุศล บอกสอนธรรมะ บอกความจริงแท้ เสียสละ และเมตตา ให้ผู้อื่นอีกมาก

      ***ทำให้เตือนสติของพี่เองว่า เวลาของทุกคนเหลืออาจไม่เท่ากัน
      เราควรใช้เวลาที่เหลืออยู่ ปฏิบัติสิ่งที่ดีทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ตราบจนลมหายใจสุดท้าย

      ขอบคุณ ที่ทำให้เกิดสติและปัญญาครับ
      admin donationthailand

  2. ขอต่อนะคะ ขณะนี้หนูอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 แต่หนูคิดว่า เมื่อจบมัธยมศึกษาปีที่6 หนูจะสอบทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ทีนี้ ถ้าเกิดว่าหนูได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจริงๆแล้วหนูเกิดเสียชีวิตที่นั่น โดยที่มิใช่จากอุบัติเหตุกับโรคร้าย หนูควรให้เพื่อนๆที่ต่างประเทศ และคุณพ่อ คุณแม่ ที่อยู่เมืองไทยช่วยดำเนินการกับศพหนูอย่างไร และดำเนินการกับทางโรงพยาบาลที่รับศพหนูไว้อย่างไรคะ ขอความกรุณาท่านผู้รู้ช่วยให้ข้อมูลด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

    • 1.ถ้ากรณีเสียชีวิตต่างประเทศ จะนำศพกลับประเทศไทย ค่อนข้างยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูงครับ
      แต่ละประเทศมีเงื่อนไขแตกต่างกันอีก ส่วนใหญ่ก็จะจัดการศพที่ต่างประเทศ และนำอัฐิหรือกระดูกกลับมา
      ประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทย
      2.ถ้าจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ อยากบริจาคอวัยวะ ก็สามารถบริจาคอวัยวะกับประเทศนั้น ๆ ได้อีก ถ้าหากผู้บริจาคอวัยวะเสียชีวิตด้วยภาวะสมองตาย และสามารถเป็นผู้บริจาคอวัยวะได้ ญาติสามารถแจ้งกับหน่วยงานรับบริจาคในประเทศนั้น เพื่อดำเนินการผ่าตัดนำอวัยวะไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้รอรับในประเทศนั้น ๆ เนื่องจากอวัยวะที่นำออกจากร่างผู้บริจาคต้องเก็บรักษาในน้ำยาถนอมอวัยวะ และนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้รอรับอย่างรวดเร็ว เช่น หัวใจต้องนำไปปลูกถ่ายภายในเวลา 4-6 ชั่วโมง ตับ 6-8 ชั่วโมง และไตภายใน 24 ชั่วโมง เป็นต้น

      อ้างอิง
      1. http://www.redcross.or.th/forum/14227
      2. กรณีเสียชีวิตที่ ประเทศอเมริกา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=lawanwadee
      3. การขอรับมรณบัตร ตัวอย่างประเทศฝรั่งเศส http://bit.ly/171i3sw
      4. บริการรับศพคนไทยจากต่างประเทศทั่วโลกของ สยาม ฟิวเนอรัล http://www.suriyafuneral.com/siamfuneral1

  3. จะบริจาคร่างกายและอวัยวะอ่ะค่ะ แยกกันหรือป่าวคะ

    • แยกกันครับ
      – บริจาคอวัยวะเพื่อผู้ป่วย รอรับ
      – บริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา

  4. มีบัตรผู้บริจาคร่างกายกับสภากาชาด ต้องการconfirm และบริจาคกับร.พ.ใกล้บ้าน ต้องทำไงค่ะ

    • เมื่อผู้แสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ถึงแก่กรรม ทายาท สามารถติดต่อแจ้งประสานงาน
      การรับร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ได้ที่ ใดบ้าง? และทายาทควรดำเนินการอย่างไร?
      ตอบ
      1. ทายาทต้องติดต่อกับสำนักงานเขตหรืออำเภอเพื่อขอรับหลักฐานใบมรณบัตร
      2. ห้ามฉีดน้ำยา ฟอร์มาลีน รักษาสภาพร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์เพราะจะไม่สามารถนำร่าง
      ผู้อุทิศร่างกายมาใช้ศึกษาได้
      3. ทายาทติดต่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ได้ที่
      หมายเลขโทรศัพท์ 083-8299917
      4. โรงพยาบาลฯ จะจัดรถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ณ สถานที่
      ที่ทายาทได้แจ้งรายละเอียดไว้ ยกเว้นผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ที่อยู่นอกเขตกรุงเทพฯ
      ขอความกรุณาให้ทายาทนำส่งที่ ศูนย์รับศพโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ญาติควรสอบถามให้
      แน่ชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจดูร่างผู้อุทิศร่างกาย
      แล้ว และไม่มีข้อใดที่ขัดแย้งกับระเบียบการอุทิศร่างกาย เจ้าหน้าที่จะนำเอกสาร “หนังสือสำคัญยินยอมมอบร่าง
      ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา” ไปให้ทายาทลงนามด้วย
      5. ทายาทมอบใบมรณบัตรของร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ และสำเนาบัตรประชาชนของทายาท
      ให้กับเจ้าหน้าที่
      6. ทายาทแจ้งที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้สะดวกกับเจ้าหน้าที่

      อุทิศร่างกายฯ ที่อยู่ต่างจังหวัด โรงพยาบาลฯ ใคร่ขอให้ญาติบรรจุใส่หีบเย็น หรือใช้ถุงน้ำแข็งอย่างน้อย 2 ถุงวางบนหน้า ท้องคลุมด้วยผ้าห่ม แล้วจึงนำส่งที่ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจดู หากไม่สามารถนำมาศึกษาได้ โรงพยาบาลฯ ใคร่ขอความกรุณา ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

  5. ถ้าเป็นเพศชายที่ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศมาแล้ว
    สามารถที่จะบริจาคร่างกายได้หรือไม่ค่ะ

    • บริจาคร่างกาย น่าจะได้นะครับ ถ้ายังไงจะสอบถามให้ครับ

      • ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศมาแล้ว. บริจาคร่างกายได้ไหมค่ะ

    • ถาม หากมีการผ่าตัด อวัยวะไปแล้ว เช่น มดลูก ,นม,ไส้ติ่ง ถุงน้ำดี หรือมะเร็งเม็ดเลือด เป็นต้น ยังสามารถแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ได้หรือไม่?
      ตอบ ท่านยังสามารถแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ได้

      เงื่อนไขครับ
      16.1 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรม เกิน 20 ชั่วโมง ยกเว้น ได้เก็บไว้ในห้องเย็นของโรงพยาบาล
      16.2 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ได้ผ่านการผ่าตัดใหญ่ ทำให้สูญเสียอวัยวะ สำคัญๆ ยกเว้นดวงตา
      16.3 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรม มีสาเหตุจาก โรคมะเร็งที่ลุกลาม บริเวณศีรษะและ สมอง
      ช่องอก ช่องท้อง หรือติดเชื้อโรคร้ายแรง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์)
      ไวรัส ตับอักเสบ วัณโรค และ พิษสุนัขบ้า
      16.4 ผู้อุทิศร่างกายฯ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มีคดี เกี่ยวข้องกับคดี หรือมีการผ่าพิสูจน์
      16.5 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่มีน้ำหนักมากเกินกว่า 80 กิโลกรัม หรือ ผอมมากลักษณะไม่มีกล้ามเนื้อ
      16.6 ร่างกายผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ไม่เหมาะจะใช้ศึกษาได้ เช่น แขน ขา คด งอ จนเสียรูปร่าง

  6. ขอบริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาล
    นางมิรินทร์ รอดจินดา เบอร์ติดต่อ084-8188210
    116/4หมู่1ต.คณฑี อ. เมือง จ.กำแพงเพชร 62000

    • ขอโทษนะครับ รับเรื่องให้ไม่ได้ครับ http://donationthailand.com/ แค่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เท่านั้น

      คุณอยู่ จ.กำแพงเพชร ติดต่อ แจ้งความจำนงค์ที่สภากาชาดไทย ทางไปรษณีย์ได้นะครับ

      http://www.redcross.or.th/content/page/51

      ดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่ http://www.redcross.or.th/donation/bodydonation1.pdf แล้วกรอกข้อความ ส่งแบบฟอร์ม มาพร้อมกับซองที่จ่าหน้าซอง ถึงตัวท่านเอง ทางไปรษณีย์ มาที่ แผนกอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กทม. 10330 (โรงพยาบาลจะส่งบัตรประจำตัวไปให้ภายหลัง) หลักฐานที่ใช้ในการแสดงความจำนงอุทิศร่างกายคือ สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาบัตรข้าราชการ จำนวน 1 ฉบับ

  7. หนูขอถามนะคะว่า สมมุติว่าหนูตายตอนที่กำลังบวชชี(หนูอยากบวชชีให้เป็นกุศลแก่ตนสักครั้ง แต่ไม่รู้ว่าจะบวชเมื่อไร) หนูมีสิทธิืบริจาคร่งกายหรือไม่? ถ้าบริจาคได้ ควรทำอย่างไร? ขอบคุณจากใจจริงคะ หวังว่าหนูคงไม่รบกวนพี่เกินไปนะคะ

    • Q: สมมุติว่าหนูตายตอนที่กำลังบวชชี หนูมีสิทธิืบริจาคร่างกายหรือไม่? ถ้าบริจาคได้ ควรทำอย่างไร?
      A: บริจาคได้ครับ ถ้าผู้ปกครองยินยอม

      ผู้มีความประสงค์อุทิศร่างกายฯ ต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป กรณีที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เป็นลายลักษณ์อักษร
      สภากาชาดไทย สามารถติดต่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ที่
      1.ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในวัน เวลา ราชการ
      หรือสอบถามรายละเอียดที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-2564628
      2. ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวัน เวลา ราชการ
      หรือสอบถามรายละเอียดที่ หมายเลขโทรศัพท์ : 02-2564281 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7

      “แต่บวชชีที่ไหน?”
      A: – เขาจะไม่รับ สภาพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ได้ถึงแก่กรรมเกิน 20 ชั่วโมง ครับ
      – โรงพยาบาลจะสามารถรับร่างของผู้อุทิศร่างกายฯ ได้เมื่อมี หลักฐานใบมรณบัตร ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเขต ที่ผู้อุทิศร่างกายฯเสียชีวิตหรือ มีหนังสือรับรองการตาย ซึ่งออกให้โดยแพทย์ประจำโรงพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจศพ (ภายหลังญาติต้องนำหลักฐานใบมรณบัตรมาให้ทันทีที่ได้รับ หรือส่งทาง โทรสารหมายเลข 02-2527028 ต่อ 1 หรือ 2)
      – ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่อยู่ต่างจังหวัดโรงพยาบาลฯ ใคร่ขอให้ญาติ บรรจุใส่หีบเย็น หรือ ใช้ถุงน้ำแข็งอย่างน้อย 2 ถุงวางบนหน้าท้องคลุมด้วยผ้าห่ม แล้วจึงนำส่งที่ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจดู หากไม่สามารถนำมาศึกษาได้ โรงพยาบาลฯ ใคร่ขอความกรุณา ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

      (หนูอยากบวชชีให้เป็นกุศลแก่ตนสักครั้ง แต่ไม่รู้ว่าจะบวชเมื่อไร)
      A: อย่างนี้นับถือศาสนาพุทธแน่นอน
      อยากสร้างกุศล ทำได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอบวช พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสไว้ว่า
      ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อจะกล่าวว่า กองกุศล จะกล่าวให้ถูกต้อง ต้องกล่าวถึง สติปัฏฐาน 4 เพราะว่ากองกุศลทั้งสิ้น ได้แก่ สติปัฏฐาน 4
      สติปัฏฐาน 4 เป็นไฉน
      ภิกษุในธรรมวินัยนี้
      …ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญยะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสีย
      …ย่อมพิจารราเห็นเวทนาในเวทนาอยู่
      …ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่
      …ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญยะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสีย
      ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อกล่าวว่า กองกุศล จะกล่าวให้ถูกต้องกล่าวถึง สติปัฏฐาน 4
      เพราะว่ากองกุศลทั้งสิ้นนี้ ได้แก่ สติปัฏฐาน 4

      อ้างอิงจาก…พระไตรปิฎก บาลีสยามรัฐ เล่มที่ 19

      ประเด็นอยู่ที่ความตั้งใจ ท่านโฟกัสไปที่ สติ สัมปชัญยะ ความเพียร เพื่อที่จะละ อกุศล

  8. สอบถามนิดนึงนะคะ
    1. อยู่จังหวัดเชียงใหม่ พอดีอยากบริจาคอวัยวะ ไม่ทราบว่าบริจาคได้ ต้องส่งใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะhttp://www.organdonate.in.th/wp-content/uploads/2012/07/organ_donation_form.pdf) ไปทางไปรษณีย์เท่านั้นเลยรึเปล่าคะ
    เห็นว่าที่จังหวัดมีศูนย์สภากาชาด สามารถไปยื่นเข้าร่วมบริจาคอวัยวะที่นั่นได้รึเปล่า
    2. ตอนนี้ทำงานอยู่ กทม. หากเสียชีวิต แล้วไม่ได้อยู่เชียงใหม่ อวัยวะจะไปเข้าที่ใดคะ

    รบกวนหน่อยค่า ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ :))

    • ขอโทษที่ตอบช้านะครับ

      1. อยู่ต่างจังหวัด ส่งไปรษณีย์ เร็วกว่าครับ เพราะถ้าเอาไปส่งที่ ศูนย์สภากาชาด ของจังหวัด เจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องรอรวบรวม เอกสารที่จะส่งที่ กทม. แล้วไปส่งพร้อมกัน คือ…ส่งเองเร็วกว่านั่นแหละครับ

      2. ตอนนี้ทำงานอยู่ กทม. หากเสียชีวิต….แจ้งญาติ หรือคนใกล้ชิด ไว้ในขณะยังมีชีวิตอยู่ เลยครับ ว่าเราต้องการให้ทำอะไร กับร่างกายของเรา เพราะบางที ถ้าเสียชีวิต ใน รพ. ญาติก็จะแจ้ง ทาง รพ.และ สภากาชาด เพื่อทำการผ่าตัดนำอวัยวะ ไปให้ผู้อื่น เมื่อเสร็จแล้วก็จะส่งศพคืน เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
      คือ…เสียชีวิตที่ไหน ขั้นตอน ก็จะเริ่มขึ้นที่นั่น อวัยวะไปเข้าที่ใด…อันนี้คงแล้วแต่ดุลยพินิจของแพทย์ครับ เพราะคงมีขั้นตอนการเก็บรักษาอวัยวะอีก

  9. ถ้าเราทำการบริจารร่างกายแล้ว พอเสียชีวิตแล้ว ทางโรงพยาบาลที่จะสามารถมารับร่างกายเราได้หรือเปล่าคะ ปัจจุบันอยู่ลพบุรีคะ มีโรคประจำตัวเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ จะบริจาคอวัยวะ ได้ด้วยหรือเปล่าคะ

    • 1. ถ้าเราทำการบริจารร่างกายแล้ว พอเสียชีวิตแล้ว ทางโรงพยาบาลที่จะสามารถมารับร่างกายเราได้หรือเปล่าคะ

      ให้ญาติติดต่อทาง รพ.ที่เสียชีวิต และติดต่อ หน่วยงานที่เราบริจาคร่างกายไว้ครับ อาทิ สภากาชาดไทย

      1. ทายาทต้องติดต่อกับสำนักงานเขตหรืออำเภอเพื่อขอรับหลักฐานใบมรณบัตร
      2. ห้ามฉีดน้ำยา ฟอร์มาลีน รักษาสภาพร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์เพราะจะไม่สามารถนำร่าง
      ผู้อุทิศร่างกายมาใช้ศึกษาได้
      3. ทายาทติดต่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ได้ที่
      หมายเลขโทรศัพท์ 083-8299917
      4. โรงพยาบาลฯ จะจัดรถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ณ สถานที่
      ที่ทายาทได้แจ้งรายละเอียดไว้ ยกเว้นผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ที่อยู่นอกเขตกรุงเทพฯ
      ขอความกรุณาให้ทายาทนำส่งที่ ศูนย์รับศพโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ญาติควรสอบถามให้
      แน่ชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจดูร่างผู้อุทิศร่างกาย
      แล้ว และไม่มีข้อใดที่ขัดแย้งกับระเบียบการอุทิศร่างกาย เจ้าหน้าที่จะนำเอกสาร “หนังสือสำคัญยินยอมมอบร่าง
      ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา” ไปให้ทายาทลงนามด้วย
      5. ทายาทมอบใบมรณบัตรของร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ และสำเนาบัตรประชาชนของทายาท
      ให้กับเจ้าหน้าที่
      6. ทายาทแจ้งที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้สะดวกกับเจ้าหน้าที่
      อุทิศร่างกายฯ ที่อยู่ต่างจังหวัด โรงพยาบาลฯ ใคร่ขอให้ญาติบรรจุใส่หีบเย็น หรือใช้ถุงน้ำแข็งอย่างน้อย 2 ถุงวางบนหน้า ท้องคลุมด้วยผ้าห่ม แล้วจึงนำส่งที่ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจดู หากไม่สามารถนำมาศึกษาได้ โรงพยาบาลฯ ใคร่ขอความกรุณา ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

      2. มีโรคประจำตัวเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ จะบริจาคอวัยวะ ได้ด้วยหรือเปล่าคะ

      คุณสมบัติของผู้บริจาคอวัยวะ
      1. ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
      2. เสียชีวิตจากสภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ
      3. ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
      4. ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
      5. อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี
      6. ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
      7. กรุณาแจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะแก่บุคคลในครอบครัวหรือญาติให้รับทราบด้วย

  10. อยากจะสอบถามว่าเป็นคนโคราชแต่ตอนนี้ทำงานที่เกาะสมุยคะ จะสามมารถบริจาคร่างกายได้ที่ไหนคะ .

    ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบค่ะ
    ณพัชรกรกมล

  11. รบกวนถามข้อมูลเรื่องการบริจาคร่างกายค่ะ ถ้าอยู่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี จะสามารถบริจาคร่างกายได้ที่ไหนบ้างคะ โทรถามที่ มอ.หาดใหญ่ เค้าไม่สามารถรับบริจาคได้ เนื่องจากอยู่เกินระยะทาง 200 กม. ค่ะ รบกวนช่วยให้ข้อมูลด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

  12. ผมอยาก บริจาค หัวใจ ใครสนใจสามารถติดต่อผมกลับมาได้นะครับ
    นายทองยุทธ งามเมือง , เบอร์โทรติดต่อ 089-907-4937

  13. ต้องการบริจาคร่างกาย ที่อยู่ 5/106 หมู่บ้านนันททวี 4
    ถ.มิตรไมตรี 18/1 แขวงคู้ฝั่งเหนือ
    เขตหนองจอก กรุงเทพฯ 10530
    โทร.0891265551

  14. ผมเป็นมะเร็งที่ปอด ผ่าตัดไปแล้ว สมารถบริจาคได้ไหมครับ

  15. อยากทราบว่าหลังจากผ่าเอาอวัยวะที่ใช้ได้ออกแล้วจะทำยังงัยกับศพค่ะ คืออยากบริจากอวัยวะค่ะ

    • ถ้าเลือกบริจาคอวัยวะ เมื่อนำอวัยวะที่ใช้ได้ออกไปแล้ว ศพจะถูกส่งกลับให้ญาติบำเพ็ญกุศลครับ
      ไม่สามารถบริจาคร่างกาย หรือเป็นอาจารย์ใหญ่ได้

  16. อยากถามว่าถ้าเกิดเสียชีวตรไปต้องการที่จะบริจากอวัยวะส่วนต่างๆที่สามารถเอาไปใช้กับคนที่เขาต้องการต้องทำยังไงแถวโคราช

  17. ถ้าเราแจ้งบริจาคที่ ร่างกายเพื่อศึกษา
    เราทำวานสถานที่ทำงานไม่แน่นอน
    ควร แจ้งบริจาคที่ใหนดีค่ะ ตามภูมิลำเนา
    ที่แจ้งในบัตรประชาชน เพราะปรึกษากับเพื่อน
    วันเกิด จะไปบริจาคร่างกาย แต่สับสนเรื่องข้อมูล
    สถานที่แจ้งทำเรื่อวบริจาค เดือนหน้าวันเกิดอยากทำบุญค่ะ

  18. ถ้าบริจาคดวงตา แล้วสามารถบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ได้มั้ยครับ

  19. จริงๆๆตัดสินใจอยากจากบริจาคร่างกาย เพื่อให้เป็นการศึกษาแกน้องๆๆนักศึกษาแพทย์
    แต่บ้านยู่ที่นครศรีธรรมราช หลังจากอ่านรายละเอียด.
    ถ้าเกิน 200กิโลเมตร จะไม่รับ
    ทำยังไงได้บ้างค่ะ

LEAVE A REPLY